การสัมภาษณ์งานไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไป เทคนิค 7 ข้อต่อไปนี้จะช่วยคุณได้มาก อ่านเถอะ…อยากให้ได้งาน! ถ้าพร้อมแล้ว เรียนรู้ไปพร้อมๆกับเราเลย

 

  1. ควรรู้เขา
    หมายถึง เราต้องรู้ข้อมูลของบริษัทที่เราจะเข้าไปทำงานด้วย อย่างน้อยๆ ก็ควรจะรู้ว่าวิสัยทัศน์ของบริษัทนั้นๆ คืออะไร มีเป้าหมายคืออะไร เพื่อที่คุณจะได้วางตัวได้เหมาะสม เช่น ต้องการสมัครงานในบริษัทที่มีเป้าหมายในการช่วยเหลือเด็กยากไร้ แต่คุณเองกลับเดินถือกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงไปสมัครงาน หรือหากบริษัทมีเป้าหมายที่จะพัฒนาองค์กรให้ทันสมัย แต่ชุดที่คุณใส่กลับเป็นสมัยบริทนีย์ สเปียร์กำลังออกอัลบั้มแรก อันนี้ก็ถือว่ามีโอกาสหิ้วแฟ้มกลับบ้านสูง
  2. ควรรู้เรา
    คือ การที่เราต้องรู้จุดแข็งจุดอ่อนของตัวเอง อย่าคุยโวมากไป และไม่ถ่อมตัวมากจนเกินไป การรู้ศักยภาพของตัวเองว่าสามารถทำงานได้ดีแค่ไหน จะช่วยให้คุณมั่นใจมากขึ้นเวลาตอบคำถาม ส่วนเรื่องข้อเสียของตัวเรา ถ้าเขาไม่ถามก็ถือว่าโชคดีไป ทั้งนี้เราสามารถพลิกแพลงได้ เช่น ข้อเสียผมคือการทำงานหนักเกินไป จนไม่ค่อยมีเวลาให้แฟน (แหม ข้อเสียของเรา แต่เป็นข้อดีของการว่าจ้างเลยนะนี่)
  3. อย่าปล่อยให้ผู้สัมภาษณ์รัวคำถามอยู่ฝ่ายเดียว
    อย่าลืมว่าการสัมภาษณ์งานคือการพูดคุย ไม่ใช่การสอบสวน ดังนั้น ทำตัวสบายๆ เข้าไว้ พูดจาโต้ตอบอย่างเป็นธรรมชาติ ที่สำคัญอย่าเหม่อลอยเด็ดขาด ตั้งใจฟังคำถามให้ดีๆ เพราะการเหม่อลอยในขณะสัมภาษณ์เป็นอะไรที่เสียมารยาทสุดๆ
  4. เตรียมเอกสารมาให้พร้อม
    กล่าวคือ เอกสารที่ต้องใช้ ควรจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ ใส่ลงในแฟ้มที่ดูดี ไม่ใช่แฟ้มการ์ตูนที่นักเรียนมัธยมเขาใช้กัน เพราะอย่าลืมว่าแฟ้มนั่นเราต้องถือเดินไปเดินมาทั่วบริษัท อย่างน้อยก็ให้รูปลักษณ์ภายนอกของมันทำให้คุณดูน่าเชื่อถือสักนิดเถอะ ที่สำคัญข้อมูลในเอกสารที่เราเตรียมมา เราควรจะจำให้ขึ้นใจ ไม่ใช่ตอบไม่ตรงกับข้อมูลในแฟ้ม เพราะมันจะดูเหมือนคุณโกหกผู้สัมภาษณ์นั่นเอง
  5. แต่งกายให้เข้ากับลักษณะงาน
    ถ้าเป็นงานราชการ ก็ควรจะแต่งกายเรียบร้อยตามสากลนิยม อย่างน้อยๆ ผ้าต้องเรียบ รองเท้าหุ้มส้น งดใส่รองเท้าผ้าใบ รองเท้ากีฬาเด็ดขาด แต่หากเป็นงานจำพวกครีเอทีฟ ชุดที่คุณใส่ควรจะแสดงตัวตนและอัตลักษณ์ของคุณได้เป็นอย่างดี
  6. ปิดมือถือในขณะสัมภาษณ์งาน
    ไม่ว่าจะใช้งานแอพฯอะไรก็ต้องปิดไว้ก่อน เพราะการนั่งจิ้มโทรศัพท์ขณะสัมภาษณ์งาน มันทำให้ดูเหมือนคุณไม่ตั้งใจฟังสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์กำลังถาม ที่สำคัญระหว่างที่คุยกันนั้น คุณควรเปิดใจให้มากที่สุด และปิดมือถือให้ไวที่สุดด้วย!!
  7. มั่นใจในตัวเอง
    ไม่จำเป็นต้องก้าวร้าว อย่าลืมพูดจาให้ไพเราะน่าฟัง เพราะนั่นจะสร้างบุคลิกที่ดีให้คุณได้เสมอ ที่สำคัญคือรอยยิ้มที่จริงใจและน้ำเสียงที่น่าฟัง น้ำเสียงของคุณจะต้องไม่กระชากเกินไป มีหางเสียงทุกคำ และไม่เบาจนเกินไปจนดูเหมือนคนไม่มั่นใจในตนเอง อย่าลืมว่าคุณเองก็มีดีไม่แพ้ผู้สมัครคนอื่นๆ
    ซึ่งสุดท้ายนี้ไม่ว่าคุณจะได้งานหรือไม่ ที่สำคัญคืออย่าถอดใจจากการสัมภาษณ์งานครั้งต่อๆไปเด็ดขาด เพราะความผิดพลาดจะทำให้คุณแกร่งขึ้น และถ้าครั้งนี้มันพลาด ครั้งต่อไปก็จงตื่นตัวให้เหมือนกับเป็นการสัมภาษณ์งานครั้งแรกเสมอ เพราะใครจะรู้…โอกาสของคุณอาจจะมาถึงในครั้งต่อไปก็ได้

    ซึ่งสุดท้ายนี้ไม่ว่าคุณจะได้งานหรือไม่ ที่สำคัญคืออย่าถอดใจจากการสัมภาษณ์งานครั้งต่อๆไปเด็ดขาด เพราะความผิดพลาดจะทำให้คุณแกร่งขึ้น และถ้าครั้งนี้มันพลาด ครั้งต่อไปก็จงตื่นตัวให้เหมือนกับเป็นการสัมภาษณ์งานครั้งแรกเสมอ เพราะใครจะรู้…โอกาสของคุณอาจจะมาถึงในครั้งต่อไปก็ได้